ผึ้ง จัดอยู่ในประเภทสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ไฟลัมอาร์โธรพอด จัดเป็นแมลงชนิดหนึ่งอาศัยรวมกันอยู่เป็นฝูง โดยส่วนใหญ่จะออกหาอาหารเป็นน้ำหวานจากเกสรของดอกไม้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพืชในการผสมพันธุ์ ผึ้งทำงานกันเป็นระบบ มีผึ้งนางพญาเป็นหัวหน้าใหญ่
มนุษย์รู้จักผึ้งมานาน 7000 ปีแล้ว กษัตริย์ Menes ของอียิปต์โปรดให้ผึ้งเป็นสัญลักษณ์แห่งอาณาจักรของพระองค์ คาดว่าผึ้งมีมากกว่า 30,000 ชนิด ซึ่งมากกว่ามนุษย์, ปลา และสัตว์เลื้อยคลานรวมกันเสียอีก
ลักษณะทั่วไปของผึ้ง แบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน คือ
- ส่วนหัว ประกอบด้วยอวัยวะรับความรู้สึกต่าง ๆ ที่สำคัญ คือ
- ตารวม มีอยู่ 2 ตา ประกอบด้วยดวงตาเล็ก ๆ เป็นรูปหกเหลี่ยมหลายพันตา รวมกัน เชื่อมติดต่อกันเป็นแผง ทำให้ผึ้งสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้รอบทิศ
- ตาเดี่ยว อยู่ด้านบนส่วนหัว ระหว่างตารวมสองข้าง เป็นจุดเล็ก ๆ 3 จุด อยู่ ห่างกันเป็นรูปสามเหลี่ยม ซึ่งตาเดี่ยวนี้จะเป็นส่วนที่รับรู้ในเรื่องของความเข้มของแสง ทำให้ผึ้งสามารถแยกสีต่าง ๆ ของสิ่งของที่เห็นได้ ฟริช ดาร์ล ฟอน ได้ทำการศึกษาและพบว่าผึ้งสามารถเห็นสีได้ 4 สี คือ สีม่วง สีฟ้า สีฟ้าปนเขียว และสีเหลือง ส่วนช่วงแสงที่มากกว่า 700 มิลลิไมครอน ผึ้งจะมองเห็นเป็นสีดำ
- หนวด ประกอบข้อต่อและปล้องหนวดขนาดเท่า ๆ กันจำนวน 10 ปล้อง ประกอบเป็นเส้นหนวด ซึ่งจะทำหน้าที่รับความรู้สึกที่ไวมาก
- ส่วนอก จะกอบด้วยปล้อง 4 ปล้อง ส่วนด้านล่างของอกปล้องแรกมีขาคู่หน้า อมปล้องกลางมีขาคู่กลางและด้านบนปล้องมีปีกคู่หน้าซึ่งมีขนาดใหญ่หนึ่งคู่ ส่วนล่างอกปล้องที่ 3 มีขาคู่ที่สามซึ่งขาหลังของผึ้งงานนี้จะมีตระกร้อเก็บละอองเกสรดอกไม้ และด้านบนจะมีปีกคู่หลังอยู่หนึ่งคู่ที่เล็กกว่าปีกหน้า
- ส่วนท้อง ส่วนท้องของผึ้งงานและผึ้งนางพญาเราจะเห็นภายนอกเพียง 6 ปล้อง ส่วนปล้องที่ 8-10 จะหุบเข้าไปแทรกตัวรวมกันอยู่ในปล้องที่ 7 ส่วนผึ้งตัวผู้จะเห็น 7 ปล้อง
ผึ้งชนิดต่างๆ
ผึ้ง หมายถึง แมลงที่เก็บน้ำหวานจากดอกไม้มาทำน้ำผึ้ง (honey) เท่านั้น ใน
ประเทศไทยมีผึ้งที่ความสำคัญอยู่ ๕ ชนิด คือ
ผึ้งหลวง : ผึ้งนางพญา
ผึ้งหลวง : ผึ้งตัวผู้
๑. ผึ้งหลวง มีขนาดตัวและรังใหญ่ที่สุด ขนาดของลำตัวผึ้งยาวประมาณ ๑.๕-
๒ เซนติเมตร มีท้องเป็นปล้องสีเหลืองและดำ ปีกแข็งแรง บินเร็วมักพบอยู่ในป่าหรือตาม
ชนบทโดยทั่วไป ชอบสร้างรังบนต้นไม้สูงๆ หรือภายนอกอาคารบ้านเรือน ตามวัด หรือ
ใต้ถังเก็บน้ำสูงๆ ลักษณะรวงรังมีชั้นเดียวเป็นรูปครึ่งวงกลมขนาดเท่าแขนผู้ใหญ่ (ขนาด
ประมาณ ๐.๕-๑ เมตร) รวงรังไม่มีที่ปกปิด ผึ้งหลวงดุและต่อยปวดกว่าผึ้งทุกชนิด เดือน
เมษายนเป็นเดือนที่ผึ้งหลวงให้น้ำผึ้งดีที่สุด ที่เรียกว่า น้ำผึ้งเดือนห้า
๒. ผึ้งมิ้ม มีขนาดตัวและรังเล็กกว่าผึ้งหลวงและผึ้งโพรง ขนาดของลำตัวใหญ่
กว่าแมลงวันบ้านเล็กน้อย มีท้องปล้องแรกสีเหลือง ที่เหลือเป็นปล้องสีดำสลับขาวชัดเจน
บางคนชอบเรียกว่า "ผึ้งแมลงวัน" พบอยู่ทั่วไปชอบตอมขนมหวาน ผึ้งมิ้มชอบสร้างรัง
บนต้นไม้และในซุ้มไม้ที่ไม่สูงจนเกินไปนัก ลักษณะรวงรังมีชั้นเดียว มีขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือ
ผู้ใหญ่กางเต็มที่ (ขนาดประมาณ ๒๐-๓๐ เซนติเมตร) ผึ้งมิ้มมักจะปกปิดรังของมันอยู่ใน
ซุ้มไม้และกิ่งไม้เพื่อพรางตาป้องกันศัตรู เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนเป็นช่วงเวลาที่ผึ้งมิ้ม
ให้น้ำผึ้งมากที่สุด
ของลำตัวเล็กกว่าผึ้งมิ้มและมีท้องปล้องแรกสีดำ ส่วนท้องปล้องที่เหลือเป็นสีขาวสลับดำ
เป็นผึ้งที่หายาก พบเฉพาะในบริเวณป่าละเมาะใกล้ภูเขาเท่านั้น สร้างรังในซุ้มไม้และบนกิ่งไม้
ขนาดเล็กที่ไม่สูงมากนัก ลักษณะรังมีชั้นเดียวบอบบางและเล็กกว่ารังของผึ้งมิ้ม คือ มีขนาด
เท่าฝ่ามือผู้ใหญ่เท่านั้น ขนาดประมาณ ๑๐-๒๐ เซนติเมตร ผึ้งมิ้มเล็กมักจะปกปิดรังของมัน
อยู่ในซุ้มไม้และกิ่งไม้เพื่อพรางตาป้องกันศัตรูเหมือนกับผึ้งมิ้ม แต่ปกปิดมิดชิดกว่า บาง
ท้องถิ่นเรียกว่า "ผึ้งม้าน"
ผึ้งมิ้มเล็ก เป็นผึ้งที่จำเป็นต้องอนุรักษ์ เพราะมีเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยในประเทศ
ไทย เนื่องจากเป็นผึ้งที่ไม่ดุและต่อยไม่เจ็บปวดเหมือนผึ้งชนิดอื่นๆ จึงถูกล่าตีหรือเผารังเพื่อ
นำน้ำผึ้งมากินได้ง่าย ผึ้งมิ้มเล็กมักอาศัยอยู่บริเวณชายป่าในที่เดียวกับผึ้งมิ้ม ดังนั้นจึงถูก
นักล่าผึ้งมิ้มทำลายเพื่อนำน้ำผึ้งป่ามาขาย จนกลายเป็นผึ้งที่ใกล้จะสูญพันธุ์ไปในที่สุด
สลับเหลืองเป็นปล้องๆ ที่ท้อง ผึ้งโพรงสร้างรังในโพรงไม้ ในอาคารบ้านเรือนที่มิดชิดและ
มืด เช่น ภายใต้หลังคา ลักษณะรวงรังหลายรวงห้อยลงมาเรียงขนานกัน ขนาดของรวงรัง
มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๓๐-๔๐ เซนติเมตร สามารถนำมาเลี้ยงในหีบได้ ผึ้งชนิดนี้ให้
น้ำผึ้งในช่วงเวลาที่ดอกเงาะ ดอกทุเรียนและดอกมะพร้าวบาน สามารถเก็บน้ำผึ้งได้หลาย
ครั้ง วิธีการเก็บน้ำผึ้งตามธรรมชาติที่ถูกต้อง ควรตัดเฉพาะรังส่วนที่มีน้ำผึ้ง ไม่ควรเผารังผึ้ง
เพราะทำให้ผึ้งตายหมดทั้งรัง
คนไทยนำมาจากต่างประเทศ ดังนั้นบางครั้งจึงนิยมเรียกว่า ผึ้งพันธุ์ยุโรปบ้าง ผึ้งพันธุ์อิตา-
เลียนบ้าง ผึ้งโพรงฝรั่ง คือ ผึ้งพื้นเมืองของทวีปแอฟริกาและยุโรป มีลักษณะคล้ายผึ้งโพรงไทย
คือ ทำรังหลายๆ รวงห้อยลงมาขนานกันอยู่ตามโพรงไม้ ซอกหิน หรือตามอาคารที่ปิดมิดชิด
ต่อมาได้รับการนำมาเลี้ยงเป็นอุตสาหกรรมทั่วโลก เนื่องจากเป็นผึ้งที่มีขนาดรังเหมาะสม
กับการนำมาประยุกต์เลี้ยงในหีบผึ้งขนาดมาตรฐานได้พอดี และสามารถเก็บสะสมน้ำผึ้งได้
ปริมาณมากที่สุด ไม่ดุเหมือนผึ้งหลวงและไม่ทิ้งรังง่ายเหมือนผึ้งโพรงไทย
พิษของผึ้ง
พิษของผึ้งมีลักษณะเป็นของเหลวใส มีรสขม มีกลิ่นของสารอโรมาติกคล้ายดอกนมแมว มีฤทธิ์เป็นกรด และมีความถ่วงจำเพาะ 1.313 พิษของผึ้งเป็นสารอินทรีย์เคมีที่ออกฤทธิ์เร็วและรุนแรงต่อผิวหนังอ่อนๆ เช่น ที่ตาและจมูก ตลอดจนเนื้อเยื่อต่างๆ ของมนุษย์และสัตว์ พาจากผึ้ง 1 ตัว สามารถทำให้แมลงบางชนิดตายหรืออัมพาต ผึ้งงานที่เจริญเป็นตัวจากดักแด้ใหม่ๆ ยังไม่มีพิษ ต่อมาพิษจะถูกสร้างจากต่อมพิษ (venom gland) แล้วถูกนำไปเก็บไว้ที่ถุงเก็บพิษ (venom sac) ซึ่งถุงนี้จะติดต่อกับส่วนบนของเหล็กใน พิษของผึ้งจะผลิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อผึ้งงานอายุ 10-14 วัน และจะมีปริมาณคงที่เมื่อผึ้งงานอายุ 15 วันขึ้นไป โดยจะมีปริมาณ 0.05-0.3 มิลลิกรัม ส่วนผึ้งนางพญาเมื่อเจริญเป็นตัวเต็มวัยออกจากดักแด้ก็จะมีปริมาณพิษเต็มที่เพื่อความเป็นผู้นำของรัง โดยธรรมชาติผึ้งนางพญาที่เกิดใหม่จะค้นหานางพญาที่เกิดมาพร้อมกันหรือในเวลาใกล้เคียงกันเพื่อต่อสู้และต่อยให้ตายจนเหลือนางพญาตัวเดียว พิษของผึ้งนางพญาเมื่อถูกปล่อยออกจากเหล็กในจนหมดแล้ว ต่อมที่สร้างพิษจะสามารถสร้างพิษขึ้นมาเพิ่มให้ได้อีกในระยะเวลาต่อมา